ประชาชนในเมืองเมลเบิร์น เมืองเอกของรัฐวิกตอเรีย และเมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลีย เข้าสู่การใช้ชีวิต “แบบปกติใหม่” เมื่อวันศุกร์ สิ้นสุดการล็อกดาวน์รอบล่าสุด ซึ่งเป็นครั้งที่ 6 เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดรอบล่าสุดของโรคโควิด-19 และมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากนับตั้งแต่การล็อกดาวน์เป็นระยะ ที่เกิดขึ้นครั้งแรก เมื่อสิ้นเดือน มี.ค.ปีที่แล้ว เท่ากับว่า เมืองเมลเบิร์นล็อกดาวน์เป็นเวลานานทั้งสิ้น 262 วัน ทำลายสถิติการล็อกดาวน์ต่อเนื่อง 234 วัน และการล็อกดาวน์ระยะสั้นอีก 10 วัน ของกรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา

สำหรับมาตรการควบคุมทางสังคมที่ชาวเมืองเมลเบิร์นยังคงต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดต่อไป คือการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะ ร้านอาหารและคาเฟ่ให้บริการลูกค้านั่งภายในร้านได้ไม่เกิน 20 คน และสูงสุด 50 คน เมื่ออยู่นอกร้าน โดยลูกค้าทุกคนต้องแสดงหลักฐานยืนยันการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบแล้ว

ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขแห่งรัฐวิกตอเรียรายงานการพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้น 2,189 คน และเสียชีวิตเพิ่มอีก 16 ราย อย่างไรก็ตาม 71% ของประชากรในพื้นที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว และจำนวนผู้ติดเชื้อต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลลดลงเหลืออย่างน้อย 784 คน